กลัวโควิดจนเศรษฐกิจพัง

Headlines and Breaking News

เฟซบุ๊กเพจของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสข้อความว่า

กลัวโควิดจนเศรษฐกิจพัง

รัฐบาลออกนโยบาย “คนละครึ่ง” เฟส 1 เฟส 2 เต็มหมด ส่วนรอบ “เก็บตก” เปิดให้สมัครแค่ 10 นาทีแรก ก็เต็ม

แจก “เราชนะ” อีก 30 ล้านคน ได้คนละ 7,000 บาท

โปรโมทกันสุดๆ ประชาชนแห่แย่งกันชิงโชค ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพื่อให้พอยาไส้ไปได้อีกสักพัก

แต่แท้จริงแล้ว ฐานรากของเศรษฐกิจล่มสลาย เพราะความกลัว “โควิด”

เมืองท่องเที่ยวอย่าง พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปนานเกือบปี พอมีนักท่องเที่ยวไทย ดันเกิด “โควิดระลอกใหม่” อีก เพราะความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ที่หลับตาลงข้างหนึ่งเรื่องบ่อน และแรงงานเถื่อน เป็นต้นตอแพร่ระบาดทำให้ประชาชนเดือดร้อนไปถ้วนหน้า

ภาคการท่องเที่ยวตั้งแต่สนามบินไปยันโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า เกือบทุกประเภทเงียบสงบ รวมไปถึงกรุงเทพฯ รถราบนถนนลดลง นักเรียน เด็กเล็กน่าเป็นห่วง เพราะต้องอยู่บ้านเรียนออนไลน์ ขาดการทำกิจกรรมร่วม

ห้าง ร้านค้า ตลาด ผู้คนหงอยเหงา เพราะกลัวโควิด รายได้หดต้องลดค่าใช้จ่าย เงินรัฐบาลร่อยหรอ เยียวยาซ้ำซากจนหมดกระเป๋าเกลี้ยงคลัง

วันนี้รัฐบาลเพิ่งผ่อนปรน แต่โรงเรียนปิดต่อ ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยกรุณาติดตาม “ลดค่าเทอมคนละครึ่ง” กับโรงเรียนดีกว่าไปห่วงเมียลงผู้ว่ากทม. เถอะครับ

หรือต้องให้คนไทยตั้งความหวังกับวัคซีนว่าจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น?

แถมการติดเชื้อ หากตรวจเชิงรุกก็มีงอกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่รัฐบาลบอกแนวโน้มลดลง ออกข่าวให้กำลังใจแต่ประชาชนหมดความหวัง เพราะอาจเกิดสารพัดการละเลยของเจ้าหน้าที่โผล่ออกมาอีก

ความกลัวโควิดกระพือจนลามไปทุกคน ตั้งแต่เด็กไปยันคนแก่ ทุกวงการ ทุกธุรกิจ และแน่นอน รวมไปถึงวงการการเมือง ที่จะเผารัฐบาลรอบ 2 มีอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนหน้า ฝ่ายค้านหลักพรรคเพื่อไทยเผาหัวเชื้ออุบหัวข้ออภิปรายเป็นความลับตามสไตล์ เพื่อใช้ต่อรองราคา

บอกจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล แต่ไม่บอกว่าใคร

เพราะถึงแม้จะบอก แต่เวลาอภิปรายจริงอาจลืมอภิปรายคนสำคัญฝั่งรัฐบาล

เหมือนอภิปรายครั้งก่อนที่ลืม บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกหรือไม่? ชาวประชายังแคลงใจไม่หาย ค่อนขอดหาว่าเป็น “ฝ่ายค้านเทียม”

แล้วตอนนี้ เลยต้องเอายาดองของแรงอย่าง สารวัตรเหลิม มากระตุ้นนอกสภา แต่เข้าไปเหยียบในสภาอภิปรายเองไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็น ส.ส.

ดูท่าแล้วรัฐบาลจะพังเพราะโควิด มากกว่าพังเพราะฝ่ายค้าน

เหมือนประชาชนคนไทย ที่จะพังเพราะเศรษฐกิจมากกว่าพังเพราะโควิด

———-
โดยมีผู้ร่วมแสดงความเห็น เช่น

– เห็นด้วยในส่วน ของค่าเทอมที่น่าจะลดหย่อน โดยเฉพาะโรงเรียนที่นานาชาติ ที่ท่านรัฐมนตรีท่านดูแลอยู่ ควรลดหย่อนบ้าง ค่าเทอมสูงลิ่ว แต่ นักเรียนไปเรียนไม่ได้ บางโรงเรียนเขาดูแลนำส่งอุปกรณ์การเรียนถึงบ้าน แต่ของท่าน สอนออนไลน์แต่อุปกรณ์ ต้องหาเอง ตั้งแต่โควิตรอบแรกแล้วค่ะ พัทยาทำมาหากินไม่ได้ แต่ลูกหลานต้องเรียนจ่ายเท่าเดิม ซึ่งน่าเห็นใจผู้ปกครอง

– อภิปรายเรื่องโควิดอย่างเดียว ก็ไปไม่รอดแล้ว ปัญหามาจาก บ่อนการพนัน แรงงานเถื่อน ตำรวจและจนท.ร่วมขบวนการ แค่นี้ก็ตาย จบ

– อ่านย่อหน้าที่ 5 แล้วโคตรแค้นคนรับกรรมคือประชาชน พวกแม่งแค่โดนเด้ง เงินจากส่วยก็ไม่โดนยึด มีงานทำ มีเงินใช้ สบายเหมือนเดิม

– คุณชูวิทย์ ช่วนกระทุ้งเรื่องค่าเทอมบ่อย ๆ นะคะ ขอบคุณจริง ๆ ที่เขียนเรื่องนี้ เด็กไม่ได้ไปเรียนเป็นเดือนๆ ค่าอาหารเก็บเท่าเดิม ค่าห้องแอร์ ค่าห้องคอมพิวเตอร์ ค่าอื่น ๆ อีกมากที่เด็กไม่ได้ไปใช้ แถมเรียนออนไลน์เด็กประถมอยู่บ้านคนเดียว บางคนอยู่กับคุณตาคุณยาย คุณปู่คุณย่า บางท่านก็ดูแลหลานให้เรียนได้แต่คงมีจำนวนไม่มากกว่าที่ดูแลไม่ได้
..กระทรวงศึกษาธิการยังเงียบ…คิดได้อย่างเดียวคือให้เรียนออนไลน์

– ทำงานแบบไม่มีเป้าหมาย ไม่มีแผนรับมือกับปัญหา อยู่ไปแบบวันต่อวัน แล้วก็รับเงินเดือนกันเต็มๆ บ้านพักฟรีรถฟรี มีคนคุ้มก้น ชีวิตสบายๆไม่ต้องรีบ แต่ประชาชนเค้าอยู่คอยพวกมึงกันไม่ไหวแล้ว ออกไปซะทีเถอะ

– ถึงนักการเมืองทุกๆท่าน
กรุณาจับตาตรวจสอบการใช้งบประมาณฯในการเยียวยา ดูเหมือนจะมีช่องโหว่ให้รั่วไหลได้เยอะ
เท่าที่เห็นก็มีงบฯเราชนะคนละ7000×31ล้านคน แต่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ14ล้านบัตรจะได้รับเพียง5400/5600ส่วนต่าง21000ล้านเชียวนะ ตรวจสอบด้วย

– ถึงแม้ กทม รถจะน้อย คนส่วนใหญ่ WFH แต่ ฝุ่นไม่เคยน้อยลงเลย ปีนี้ ค่าฝุ่นมากกว่าปีที่แล้ว

– เพราะกลัวโควิด เราจึงต่างจากอเมริกา ยุโรป นะครับท่าน
เศรษฐกิจดีแค่ไหน สำหรับผมแล้วถึงจะก้าวหน้าแค่ไหน
ถ้าแม่ ไม่อยู่เห็น ก็คงไม่มีคุณค่าเลย
เห็นด้วยกับค่าเทอมคนละครึ่ง
ขอพ่วงลดครึ่งดอกเบิ้ยเงินกู้สินเชื่อบ้าน รถ บัตรเครดิตก็จะดีนะครับ

-น่าจะเป็นเงินสดนะครับ ขาดเหลือได้เอาไปจ่ายได้เช่นค่าห้อง ใช้Appจ่ายได้ไหม ต้องใช้เงินสด ตกงาน ต้องออกไปหางาน ค่ารถ-ค่ากิน ใช้Appก็ต้องสมัครเน็ตอีก คนเราภาระต่างกัน ไหนๆจะช่วยขอเป็นเงินสดดีกว่าครับ ใช้จ่ายช่วยเศรษฐกิจเหมือนกัน สะดวกกว่าไม่ต้องวิ่งหาร้านไหนใช้คนล่ะครึ่ง การใช้จ่ายก็ช่วยคนจนและเศรษฐกิจอยู่แล้วครับไม่ว่าทางไหน สรุปว่าถ้าเป็นเงินสดสะดวกที่สุดไม่ยุ่งยากครับ รัฐบาล

https://www.facebook.com/ChuvitKamolvisit/posts/4141553762557988