เฟซบุ๊กเพจของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสข้อความว่า

Headlines and Breaking News

“เรียนออนไลน์ แต่จ่ายมากกว่าเดิม”

ผมเฝ้าติดตามว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะมีนโยบาย “ลดค่าเทอม” จากการเรียนออนไลน์ที่ใช้กับนักเรียน นักศึกษาอยู่ในช่วง โควิด-19 ระลอกใหม่ แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ หรือแม้แต่จะนำเรื่องไปพิจารณา

ส่วนท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการก็คงมัวแต่ตามเรื่องของภรรยาที่มีชื่อสนับสนุนลงผู้ว่ากทม. ถึงขนาดไปตาม “บิ๊กป้อม” ถึงทำเนียบ แต่ลืมติดตามความเดือดร้อนของบรรดาผู้ปกครองไปเสียฉิบ

จากการพูดคุยกับนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง การเรียนออนไลน์สร้างความเดือดร้อนหลายประการ

1. อุปกรณ์ไม่ครบ สัญญาณไม่มี บางบ้านมีสัญญาณเน็ต แต่ติดบ้าง หลุดบ้าง บางบ้านพื้นที่ห่างไกล รวมไปถึงอุปกรณ์ไม่เพียงพอ เพราะภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองมีมากมาย ขณะที่รายได้ลดลง

2. การอยู่บ้านของเด็ก ทำให้ผู้ปกครองต้องดูแลติดตามแทนครู โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังไม่ได้มีความรับผิดชอบมาก ถึงขนาดต้องหาญาติ พี่ ป้า น้า อา หรือไหว้วานให้คนใกล้ชิดมาช่วยเฝ้าสอนติดตามตอนเรียนออนไลน์แทน เพราะต้องไปทำงาน เพิ่มทั้งภาระค่าใช้จ่ายจิปาถะ การกิน การดูแลมากมายหลายอย่าง

3. มีการจ่ายเงินล่วงหน้าทั้งค่าอาหารกลางวัน ค่ารถ ค่าที่พัก ค่าเรียนพิเศษสารพัดไปแล้ว แต่ไม่ได้ใช้ กลับต้องจ่ายเบิ้ลเข้าไปอีก ในขณะที่รายรับลดลง

ไม่มีการคืน การลด การช่วยเหลืออื่นใดจากภาครัฐในเรื่องนี้เลย

ผมพูดเรื่องนโยบาย “ลดค่าเทอมคนละครึ่ง” เพราะรัฐมัวห่วงแต่การกิน การเที่ยว การใช้จ่าย ออกนโยบายได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเที่ยว การช็อปปิ้ง แต่ไม่ได้ออกนโยบายใดๆ เพื่อช่วยเหลือเรื่องเรียนเลยแม้แต่นิดเดียว

ขณะที่สถานศึกษาเอกชนค่าเทอมมักงอกออก ค่าใช้จ่ายการเรียนมียิบย่อย เก็บเล็กเก็บน้อยทุกอย่างล้วนต้องควักกระเป๋า และต้องจ่ายล่วงหน้า เมื่อมีเหตุให้เรียนออนไลน์จึงเท่ากับมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก

แม้รัฐบาลจะให้เปิดเรียนเดือนหน้าแล้วก็เถอะ แต่ก็ควรลดค่าเรียนย้อนหลังช่วงเรียนออนไลน์ที่ผ่านมาเอาไปเป็นส่วนลดเมื่อเปิดเทอมหน้าก็ยังดี

ในขณะนี้ หัวอกผู้ปกครองพ่อแม่ทั้งหลายกุมขมับกับค่าใช้จ่ายที่งอกออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ในทางกลับกัน สถานศึกษากลับมีค่าใช้จ่ายลดลงจากการให้เรียนออนไลน์ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบุคลากรต่างๆ เพราะเด็กไม่ได้มาเรียนที่โรงเรียน

ดังนั้น ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษาเอง ต้องร่วมมือกันส่งเสียงกระตุกต่อมสำนึกให้รัฐบาลรู้ตัว

นี่ก็ได้ข่าวว่านิสิตจุฬาฯ เริ่มร่วมลงชื่อเป็นแรงผลักดันให้มหาวิทยาลัยบรรเทาความเดือดร้อนจากการเรียนออนไลน์

ร่วมกันเรียกร้องสิ่งที่เห็นเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนประเทศชาติ ดีกว่าไปเถียงกันเรื่องจะส่งใครเป็นผู้ว่ากทม.

เพราะไม่ว่าใครได้เป็น มันก็เหมือนเดิมครับ หามีอะไรเปลี่ยนแปลงไม่ รถยังติด น้ำยังท่วม แถมตอนนี้เพิ่มเรื่องฝุ่นเข้าไปอีก

ส่วนวัคซีนที่คนไทยเฝ้ารอ ว่าแล้วไม่มีผิด กลายเป็นเรื่องจนได้ เหมือนแรกๆ ที่โควิดมาใหม่ๆ ก็วุ่นวายเรื่อง “หน้ากากอนามัย” ที่แข่งกันกักตุน

ตอนนี้เรื่องวัคซีนเอามาทะเลาะกันว่าใครผิดใครถูก จนแม้แต่พม่ายังได้วัคซีนไปก่อนไทยเสียอีก

กลุ้ม!!

————–
โดยมีผู้ร่วมแสดงความเห็น เช่น

– ขอบคุณครับที่พูดถึงเรื่องค่าเทอม หวังว่ากระทรวงศึกษา และทาง โรงเรียนจะแสดงความจริงใจโดยการช่วยลดค่าเทอมให้ผปค. บ้าง

– ใช่ครับไม่มีนโยบายออกมาช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องการเรียนออนไลน์เลยทั้งที่เป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ปกครอง มัวแต่บอกให้โรงเรียนจัดการระบบให้ดีให้เรียนเสริมวันเสาร์อาทิตย์เพื่อลดความแออัดของโรงเรียนแต่หารู้ไหมว่านโยบายของคุณเพิ่มภาระให้ผู้ปกครอง

– ลูกและหลานๆของฉันก็เรียน on line ที่อังกฤษ ค่าเทิอมเท่าเดิมเพราะไม่ใช่คนท้องถิ่นเขาไม่เสียจนถึงแค่จะเข้า มหาวิทยาลัย ชูวิทยช่วยมาร้องหน่อยสิว่าอย่างไร???

– เด็กเรียนออนไลน์ ไม่มั่นใจในคุณภาพการเรียนการสอนเลยค่ะ. เด็กไม่สามารถได้รับความรู้ได้อย่างมีคุณภาพ เด็กคนไหนเรียนเก่งอยู่แล้วก็โชคดีไป. แต่เด็กที่ เรียนธรรมดาๆ จะทำอย่างไร. ก็ไม่พ้น ผู้ปกครองต้องหาที่เรียนพิเศษ. เพิ่มค่าใช้จ่ายไปอีก. ทั้งที่ค่าเทอม ก็ยังต้องจ่ายปกติ…อนาคตเด็กของชาติจะเป็นอย่างไรหนอ…

– ค่าเทอมจ่ายแล้ว ค่าเรียนพิเศษก็จ่ายแล้ว ค่าเสื้อกีฬาสีก็จ่ายแล้ว แต่ทุกอย่างหยุด ไม่มีการเรียนการสอน ผปค.แบกรับภาระไป

– เด็กหยุดอยู่บ้านให้เรียนออนไลน์
เรียนวันละ 2-3ชั่วโมง แล้วจะเอาความรู้จากไหนไปสอบ ยังสงสัยอยู่?
เด็กหยุดเรียนอยู่บ้านภาระต่างๆต้องหาคนดูแล ภาระหนักกว่าเดิม
ค่าเนท ค่าเครื่องมือการเรียนออนไลน์ มาตกกับผู้ปกครอง
ถ้าโรงเรียนช่วยลดค่าเทอก็จะช่วยแบ่งเบาไปได้อีกระดับนึง
ที่ผมสงสัยอีกอย่าคือทำไมไม่ให้ครูสอนแบบออนไลน์ให้เต็มคราบเรียนปกติให้เหมือนที่เรียนที่โรงเรียน? ในเมื่อเราก็จ่ายค่าเทอมเต็มจำนวนไปแล้ว ครูผู้สอนโรงเรียนก็จ้างมาแล้ว🤬

– รร.เกบค่าเทอม​ค่าอุปกรณ์​ไปก่อนหน้านี้แล้ว​ พอเรียนออนไลน์พ่อแม่ต้องมาซื้ออุปกรณ์​ทดลองเองอีก​ เสียเงินซ้ำซ้อน​ เสียมากกว่าเดิมอีก​ ภาระมาตกที่พ่อแม่

– เรียนออนไลท์ ทุกคนต้องมีเน๊ต มีคอมพิวเตอร์ จะได้มองได้ชัด ซึ่วเป็นค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองทั้งนั้น คนมีคงไม่มีปัญหา แต่สำหรับคนไม่มีซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่…ที่จะต้องรับภาระดิ้นรนต้องหามาให้ลูก แต่ภาครัฐกับไม่มีใครคิดแก้ไขปัญหาเหล่านี้

– เห็นด้วยกับเรื่องนี้ทุกประการ นโยบายลดค่าเทอม นี่ต้องมานะคะ เริ่มลดเทอมหน้าเลยค่าาาาา🙄🙄🙄ผู้ปกครอง รายได้หดลดลงมากมาย และเชื่อว่าแทบจะทุกๆครอบครัวต้องจ่ายค่าเทอมลูกกันค่ะ รัฐบาลจะช่วยมั้ยน้ออออ😓😓😓

– บอกตรงวันที่ไปหาซื้อtap ให้ลูก ของไม่ค่อยมีขาย บางรุ่นหมด คนขายบอก ผปค มาซื้อให้ลูกหลานกันเยอะช่วงนี้ นี่มันประหยัดตรงไหนวะ

– ไม่เข้าเรียนออนไลน์ก็เหมือนขาดเรียนเพราะจะหมดสิทสอบ
ค่าเนตบ้านก็ทวงตลอด
ค่าบ้านของการเคหะของรัฐแท้ๆก็ตามทวงตลอดขู่แต่จะยกเลิกสัญญา ไม่มีการผ่อนปรนเลย

– มีช่วงว่างจากรับมือโควิดระลอกแรก
ผมเฝ้าดูการแก้ปัญหาการรับมือของ รบ. มาโดยตลอด สิ่งที่ห็นคือการสร้างวาทะกรรมมอมเมาประชาชนก็เท่านั้น
ช่วงไตรมาส 3 พม่าโควิทยังระบาด ชายแดนปิด แต่แรงงานพม่าสามารถมาเที่ยวเยี่ยมญาติพี่น้องในไทยได้
การศึกษา ระบบการศึกษาออนไลน์ล่ม ภูมิใจคนใช้เยอะ น่าเอาเวลาไปร่วมมือกับ DE ไปทำระบบให้เสถียรดีกว่าไหม
แทนที่จะวางระบบไว้วันข้างหน้าดันไปทะเลาะกับเฟสบุค
pm2.5 คงคิดว่าโควิดมาแล้วมันคงหายไป กลับมารอบนี้หนักพอกันเผลอๆหนักกว่าเดิม เพราะไฟป่ายังไม่มานะจ๊ะ อ้อ บางที่ๆเคยเผาประจำก็เผาเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไม่มีมาตรการอะไรรับรองเลย
อีกสาระพัดเรื่องน่ะครับอาชู ผมมองไปยันวันข้างหน้าที่เกิดโรคระบาดใหม่ บ้านเราก็คงวนอยู่ในวังวนเดิมแหละครับ

https://www.facebook.com/ChuvitKamolvisit/posts/4149207721792592